
เริ่มจากระบบการปลูก
สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือบริเวณรากและวัสดุปลูก Coco กับวัสดุปลูกเฉื่อย เช่น Rockwool มีพฤติกรรมเรื่องการอุ้มน้ำ อากาศ และความถี่ในการให้น้ำต่างกัน ดังนั้นควรเลือกระบบธาตุอาหารให้สอดคล้องกับ root zone มากกว่ามองปุ๋ยเป็นรายการสินค้าแยกกัน
ธาตุอาหารหลักต้องมาก่อน
Base nutrient เป็นแหล่งธาตุอาหารแร่ธาตุหลักที่พืชต้องการ ส่วนผลิตภัณฑ์เสริมมีหน้าที่เฉพาะและควรใช้เพื่อสนับสนุนระบบหลัก ไม่ใช่แทนที่ระบบหลัก สำหรับระบบ A & B แบบเข้มข้น ทั้งสองส่วนถูกออกแบบให้เจือจางลงในสารละลายสุดท้ายตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์
EC และ pH เป็นเครื่องมือบริหารจัดการ
EC ช่วยบอกระดับความเข้มข้นของธาตุอาหารในสารละลาย ส่วน pH มีผลต่อความพร้อมใช้ของธาตุอาหารบริเวณราก ไม่มีค่าเดียวที่เหมาะกับทุกฟาร์ม เพราะต้องพิจารณาระยะพืช วัสดุปลูก ระบบให้น้ำ คุณภาพน้ำ สภาพแวดล้อม และการตอบสนองของพืชร่วมกัน
ระบบให้น้ำเปลี่ยนพฤติกรรมของธาตุอาหาร
สูตรธาตุอาหารเดียวกันอาจให้ผลต่างกันเมื่อใช้กับระบบให้น้ำที่ต่างกัน ความถี่ ปริมาณต่อครั้ง runoff ปริมาตรวัสดุปลูก และความต้องการน้ำจากสภาพแวดล้อม ล้วนส่งผลต่อความชื้น ออกซิเจน และการสะสมของเกลือบริเวณราก ดังนั้นควรจัดการธาตุอาหารและการให้น้ำเป็นระบบเดียวกัน
ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความซับซ้อน
โปรแกรมที่ทำซ้ำได้ง่ายจะช่วยเรื่องการฝึกทีม การบันทึกข้อมูล และการแก้ปัญหา ในฟาร์มเชิงพาณิชย์ จำนวนผลิตภัณฑ์ที่น้อยลงแต่เข้าใจบทบาทชัดเจนอาจมีประโยชน์กว่าการใช้หลายตัวโดยไม่มีการวัดผลที่สม่ำเสมอ การมี SOP ลำดับการผสม และบันทึก batch ช่วยลดความแปรปรวนระหว่างห้องและรอบการปลูก
แล้ว GACP เกี่ยวข้องอย่างไร
การเลือกปุ๋ยเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบการเพาะปลูกที่มุ่งสู่ GACP เท่านั้น มาตรฐานยังครอบคลุมขั้นตอนการทำงาน เอกสาร การตรวจสอบย้อนกลับ สุขลักษณะ ระบบคุณภาพ บุคลากร และการควบคุมอื่น ๆ การใช้ธาตุอาหารแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งไม่ได้รับประกันว่าจะผ่าน GACP โดยอัตโนมัติ
